แฟรนไชส์มนุษย์ชา
แฟรนไชส์มนุษย์ชา

DESIGN TO GROW DESIGN TO GROW ออกแบบให้โตแบบโคคา-โคลา

14 ธ.ค. 2565 17:21:13
DESIGN TO GROW DESIGN TO GROW ออกแบบให้โตแบบโคคา-โคลา

สวัสดีกับเดือนสุดท้ายของปี 2565 อยากจะเขียนสรุปแนวคิด​ จากหนังสือ การออกแบบให้โต​ แบบโคคา-โคลา องค์กรที่อยู่มานับ​ 100  ปี  ทำไม Coca-Cola ถึง​  อยู่ยาวนาน และขยายเติบโตไปได้ทั่วโลก​   กุญแจสำคัญ คือ อะไร  " การออกแบบสำคัญอย่างไร  "  และ สิ่งที่ถูกนำมาเผยแพร่ใน หนังสือ “ Design to Grow: How Coca-Cola Learned to Combine Scale and Agility ” จะเป็นแนวทางให้กับ SMEs บ้านเราได้บ้างไหม มาดูสาระสำคัญในแต่ละบทกันก่อน
 
สารบัญ : ออกแบบให้โตแบบโคคา-โคลา ออกแบบเพื่อการขยายขนาด
บทที่ 1 การออกแบบ  
บทที่ 2 ขนาด
บทที่ 3 ความซับซ้อน
บทที่ 4 ฉลาดขึ้น
บทที่ 5 เร็วขึ้น
บทที่ 6 ลีนขึ้น  บทส่งท้าย คลื่นลูกต่อไป

ทั้งหมด 6 บทในหนังสือเล่มนี้ ที่อยากหยิบยกเรื่องของการออกแบบธุรกิจ คือ สิ่งที่สำคัญมาก เรียกว่าคล้ายๆกัน อยากจะยกทฤษฎีของการสร้าง TEAM Work  และเป็นสิ่งที่สำคัญมากในการเริ่มต้น ของการออกแบบ​ Team​ Work  ที่ดี
 
ซึ่ง​ SMEs​  เราอาจจะทำอะไรคนเดียวได้นะครับ แต่บางทีมีหลายคนก็น่าจะดีกว่าทำงานแค่เราคนเดียว​ What is the Tuckman Tool? สังเกตจากกราฟจะมีอยู่ด้วยกัน 4 ช่วงเวลาที่น่าสนใจมากมาทำความเข้าใจกัน

FORMING : จะเรียกว่า การตั้งไข่ การออกแบบเรื่องของคน การหาคนที่เหมาะสมกับงานของเราได้อย่างเหมาะสม การสร้างทีมที่เราต้องสนับสนุนให้ทีมทำงานได้อย่างมีคุณภาพตามที่เราออกแบบ Core Business ยกตัวอย่าง ที่ใกล้ตัวก็ คือ บริษัท พัฒนาธุรกิจน้ำดื่ม ( ประเทศไทย ) จำกัด​ ยกตัวอย่าง​      เราจะพัฒนาด้านอะไรกันบ้าง เช่นพัฒนาด้านเทคโนโลยี เราก็ต้องเลือกคนที่ทำงานสาย Tech ได้ก็ต้องกำหนดให้เป็น Key Person พื้นฐานต้องจบวิศวะกรเป็นต้นและเราต้องฝึกให้ทำงานได้ตามที่องค์กรกำหนดกลยุทธ์ ไม่ใช่เลือกการตลาดนำ แต่ทีมการตลาดก็ต้องทำในส่วนงานสนับสนับสนุนและส่วนอื่นๆ ก็ต้องมีคนที่เก่งเฉพาะด้าน เช่น เรื่องของคน เราเองก็ต้องหาคนที่เหมาะสมที่จะคอยดูแลทีมให้ทำงานรวมกันได้ เพื่อที่จะหลีกเลี่ยงความขัดแย้งกัน ซึ่งจะต้องสร้างความเข้าใจกับงานที่ต้องทำร่วมกัน และบทบาทที่สำคัญ อีก​ 1 คน คือ ทีมบริหาร​ ผู้บริหาร หรือ ผู้นำมีความสำคัญมากที่จะช่วยให้ทีมเข้าใจวัตถุประสงค์ Corporate​ Strategy​ ที่เป็นนโยบาย​หลัก​  การกำหนด​ JD​ หรือ​ บทบาทหน้าที่​ ความรับผิดชอบของทีมที่ดี จึงขอเรียกว่าเรียกว่า เป็นขั้นตอนของการ FORM TEAM
 
STORMING : สังเกตจากกราฟ คือ จะตกลงมา  เพราะเป็นช่วงที่ยากที่สุดขององค์กร หลังจากตั้งไข่ได้​ การทำงานร่วมกันจากคนที่มาจากที่ๆ แตกต่างกัน ที่ทำงานร่วมกัน​ และการทำงานช่วงแรก คือ การลงทุนที่ยังไม่เห็นกำไร องค์กรที่ดีจะต้องมีเงินทุนในช่วงเริ่มต้นเพราะทุกภาคส่วนต้องใช้เงินในการทำงานทั้งสิ้น ปัญหาต่างๆ จะรุมมาที่ผู้นำองค์กร  แผนที่วางไว้ อาจจะไม่เร็วเหมือนที่เราวางแผน  การสร้างกำลังใจให้คนในทีมมีความสัมพันธ์ที่ดี การทำงานที่ดี​ ต้องมีการปรับเปลี่ยนแผนที่ดีไปตามสถานการณ์​ปัจจุบัน​  เพื่อให้ได้ตามวัตถุประสงค์ ทีมต้องมุ่งเน้นไปที่เป้าหมาย ที่จะต้องหลีกเลี่ยงปัญหาทางอารมณ์ ซึ่งผู้นำองค์กรก็ต้องมีกำลังที่ดี​ เช่นกัน ในการทำงานเป็นทีมที่ดี ที่ต้องคอยสนับสนุนกันและกันประคบประครองให้ทีมสามารถทำงานได้เกิดผลลัพธ์ที่ดีร่วมกัน
 
NORMING : หลังจากผ่านเรื่องที่ต้องทำงานหนักๆ ได้แล้ว สังเกตจากกราฟ คือ จะทะยานขึ้น  เพราะเป็นช่วงที่ยากที่สุดขององค์กร การวางแผน และการจัดการให้แต่ละทีมทำงานให้ได้ตามกำหนดระยะเวลาหลังจากที่งานเริ่มเข้ามา ความพร้อมของทีมสามารถาที่จะทำงานได้ตามที่รับมอบหมาย​ และ ก็ต้องช่วยกัน แม้จะไม่ใช้งานในส่วนที่ดูแลก็ตาม การเสียสละเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม และจะมองเห็นจุดแข็งของเพื่อนร่วมงานอย่างชัดเจนและก็ยอมรับจุดอ่อนของทีม  เพื่อหาคนที่จะมาเสริมทัพ หรือ ทีมได้ การพัฒนาจึงเกิดขึ้นเอง การช่วยเหลือจะทำให้ทีมกำลังทำงานอย่างมีประสิทธิภาพ การช่วยกันคิดและช่วยให้ทีมตัดสินใจด้วยตนเองได้บ้าง จะสร้างผู้นำรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาได้
 
PERFORMING : สังเกตจากกราฟ กำลังจะเข้าสู่เป้าหมายที่วางไว้ เราเรียกว่า นี้ คือ  การนำเสนอ Value Proposition เป็นนการเสนอคุณค่า ตัวอย่างของงานพี่เอง หลังจากให้น้องๆ ไปอบรมและเรียนรู้กว่า 3 เดือน​พร้อมลงทำงานจริงๆ​ บ้าง​ การนำเสนอผลงานให้กับลูกค้าให้กับองค์การเห็นการเปลี่ยนแปลงของทีม​และ​งานนี้ให้น้องไปสมัครโครงการขอทุนด้านนวัตกรรมจากสำนักนวัตกรรม NIA​ เพื่อได้ลงมือทำจริงและนำเสนอแนวคิดของคนรุ่นใหม่ๆ ได้นำเสนอผลงานที่เขาจะภูมิใจ​ เมื่อเขาทำมันได้​หรือ​แม้จะไม่ได้​ เขาก็น่าจะได้ประสบการณ์​และกลับไปปรับในส่วนที่เขายังขาด นี้ คือ สิ่งที่พี่สอนให้น้องๆ ทำงานเป็นและสร้างผู้นำรุ่นใหม่ๆ ขึ้นมาได้เราได้เหมือนกับในหนังสือบทสรุปสุดท้าย คลื่นลูกต่อไป ข้อกำหนดของการนำเสนองาน ที่ให้น้องไปสมัครกันหน่อย ( ดูจาก https://bit.ly/3ORvmHl )

สิ่งที่อยากจะทิ้งท้าย คือ เรื่องของเกณฑ์การตัดสิน เกณฑ์การพิจารณาโครงการ Thematic 
1. การพิจารณาด้านความเป็นนวัตกรรมและเทคโนโลยี / บริการ  45%
    หัวข้อนี้ต้องให้น้ำหนักมากๆ ว่าเข้าความเป็นนวัตกรรมไหม
2. การพิจารณาด้านศักยภาพด้านการตลาดและกลยุทธ์ธุรกิจนวัตกรรม 30%
    หัวข้อนี้ต้องตอบโจทย์การตลาด ว่ามีลูกค้ากลุ่มนี้ขนาดไหน
3. การพิจารณาด้านศักยภาพการบริหารจัดการธุรกิจนวัตกรรม 25%
    หัวข้อนี้ต้องตอบโจทย์เรื่องควาชำนาญของธุรกิจ

และงานนี้จะขอเป็นพี่เลี้ยงที่จะสนับสนุนน้องๆทำโครงการนี้ครับ


 

219 คน

taokaecafe.com มีการใช้คุกกี้ อ่านเพิ่มเติม